NEW MG CYBERSTER เปิดราคา 2.499 ล้านบาท

MG ฉลองแบรนด์ครบรอบ 100 ปี นำรถรุ่นใหม่หลากหลายรุ่น ลุยงาน Motor Show 2024 พร้อมโชว์ NEW MG CYBERSTER รถสปอร์ตโรดสเตอร์ไฟฟ้า (Electric Roadster) แบบเปิดประทุน 2 ที่นั่งรุ่นแรกของเอ็มจี

NEW MG CYBERSTER รถสปอร์ตโรดสเตอร์ไฟฟ้า (Electric Roadster) แบบเปิดประทุน 2 ที่นั่งรุ่นแรกของเอ็มจี นับเป็นรถไอคอนิกสปอร์ตสุดคลาสสิก NEW MG CYBERSTER มีที่มาขอความหมายจากคอนเซ็ปต์ในแต่ละตัวอักษร ได้แก่ C หมายถึง Co-creation การสร้างสรรค์ร่วมกันจนเกิดเป็นความมหัศจรรย์แห่งยนตรกรรมชั้นเลิศ Y หมายถึง Young รสนิยมงานออกแบบที่มีความทันสมัย สดใหม่ และแตกต่างB หมายถึง Beyond การก้าวล้ำนำใครด้วยการใช้เทคโนโลยี E หมายถึง Evolution วิวัฒนาการด้านยนตรกรรมที่ถูกถ่ายทอดมาจากต้นกำเนิดอันคลาสสิก และ R หมายถึง Recreation สุนทรียภาพที่มาพร้อมประสบการณ์แห่งการขับขี่ ทำให้ NEW MG CYBERSTER เป็นรถที่โดดเด่นในแง่ของเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดจาก SAIC Motor

การสร้างสรรค์ที่สะท้อนถึงนวัตกรรมแห่งโลกอนาคต
จากการรังสรรค์และความมุ่งมั่นพัฒนายานยนต์มากกว่า 530 วัน โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญมากกว่า 50 ชีวิต ของ SAIC’s Advanced Design Studio ในลอนดอน สหราชอาณาจักร NEW MG CYBERSTER กำเนิดขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ยนตรกรรมแห่งความสมบูรณ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถสปอร์ตโรดสเตอร์รุ่นคลาสสิกที่สร้างชื่อให้กับ เอ็มจี อย่าง MGB Roadster สู่ตำนาน “สปอร์ตคลาสสิกบทใหม่” ด้วยการเป็นสปอร์ต โรดสเตอร์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกและเป็นรุ่นเรือธงของ เอ็มจี ที่ถ่ายทอดสปอร์ตดีเอ็นเอไว้ใน งานออกแบบอย่างเต็มขั้น

ดีไซน์และการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์
NEW MG CYBERSTER สปอร์ตโรดสเตอร์ไฟฟ้าแบบเปิดประทุน 2 ที่นั่ง อันเป็นอัตลักษณ์เฉพาะ
ของซุปเปอร์คาร์ มาพร้อมหลังคาผ้าซอฟต์ท็อปควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า ในแบบฉบับของรถโรดสเตอร์รุ่นคลาสสิกที่เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจผสานไว้อย่างลงตัวในยนตรกรรมรุ่นนี้
• มิติตัวถัง 4,535 x 1,913 x 1,329 มิลลิเมตร (ยาว x กว้าง x สูง)
• ระยะช่วงล้อ 2,690 มิลลิเมตร
• ประตูปีกนกแบบปุ่มสัมผัสเปิด-ปิด สามารถกำหนดขนาดของมุมในการเปิด-ปิดได้ตั้งแต่ 30 ถึง 76 องศา และยังมีระบบเซ็นเซอร์เพื่อความปลอดภัยเมื่อทำการเปิดประตูในที่แคบ
• หลังคาเปิดประทุนซอฟต์ท็อป ที่ใช้เวลาเปิด-ปิดเพียง 10 วินาที
• กระจังหน้า และแผงกันชนหน้า ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ ด้วยดีไซน์ “Wind Hunter”
• โครงสร้างส่วนหน้าสุดแบบ 2 ชั้นที่ผสานกับปลายสปอยเลอร์หน้า ที่เป็นไปตามหลักอากาศพลศาสตร์ ช่วยเสริมแรงกด Down force และการรักษาอุณหภูมิของห้องเครื่อง
• เส้นด้านข้างของตัวรถบริเวณใต้กรอบกระจกที่มีดีไซน์แบบ “Leopard Jump Shoulder Line”
• ไฟ Daytime Running Light แบบ LED 3 ดวง ไฟเลี้ยว 3 ดวง ที่วางตำแหน่งสลับกันเป็นแนวทแยงมุม
• ด้านท้ายของรถ ออกแบบในสไตล์ Kammback Design โดยช่วงท้ายจะมีลักษณะลาดตัดสั้น และส่วนโค้งด้านหลังตัวรถที่ยกขึ้นเล็กน้อยคล้ายหางเป็ด (Duck Tail)
• ไฟท้ายได้รับแรงบันดาลใจจากธงยูเนียนแจ็ค พร้อมไฟเบรก LED
• ล้ออัลลอย ขนาด 20 นิ้ว

ภายใน และฟังก์ชันอำนวยความสะดวกสบาย
การออกแบบภายในของ NEW MG CYBERSTER มาพร้อมกับความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ให้อารมณ์สปอร์ต พรีเมียม ด้วยการใช้สีทูโทน พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ ที่ล้ำสมัย
• ผังที่นั่งให้ผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง (Driver-centric cockpit)
• เบาะนั่งทรงสปอร์ตแบบ Y-shape ที่รองรับสรีระ ใช้วัสดุพรีเมียมอย่างหนังแบบ Nappa สลับหนัง Alcantara
• ตกแต่งภายในด้วยวัสดุ Soft Touch
• Ambient Light 64 เฉดสี
• ดีไซน์พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน หุ้มหนังปรับ 4 ทิศทาง
• เบาะคนขับและผู้โดยสารปรับด้วยระบบไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมบันทึกตำแหน่งได้
• ระบบกรองอากาศ PM 2.5
• ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ปรับอุณหภูมิแยกอิสระระหว่างผู้ขับขี่และผู้โดยสารทั้งซ้ายและขวา
• ระบบ Intelligent Smart Access ให้ผู้ขับขี่สามารถสตาร์ทรถได้อัตโนมัติเพียงการเหยียบเบรก
• ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
• กระจกไฟฟ้า One Touch ปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติ 2 บาน
• หน้าจอแสดงผลอัจฉริยะแบบดิจิตอล Dashboard triple-screen ขนาด 7 นิ้ว ขนาด 10.25 นิ้ว และขนาด 7 นิ้ว จำนวน 3 จอเรียงต่อกัน พร้อมระบบอัจฉริยะ i-SMART
• ระบบเครื่องเสียง BOSE พร้อมลำโพงรอบทิศทางจำนวน 8 จุด
• ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธและช่องเชื่อมต่อ USB
• ระบบเชื่อมต่อมัลติมีเดีย Apple CarPlay และสมาร์ทโฟนระบบ Android

ขุมพลังขับเคลื่อน และสมรรถนะการขับขี่
NEW MG CYBERSTER มาพร้อมมอเตอร์คู่ให้พละกำลังสูงสุด 544 แรงม้า เสริมความมั่นใจต่อการควบคุม
ในทุกสภาพถนน ช่วยคงความสมดุล โดยพัฒนาระบบเบรกที่มีประสิทธิภาพและมีความทนทานสูง ทำงานร่วมกับระบบช่วงล่าง ที่ถูกพัฒนาขึ้นใหม่เพื่อตอบสนองต่อสมรรถนะและการใช้งานเฉพาะตัวของรถไฟฟ้า
• ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor แบบมอเตอร์คู่ขับเคลื่อนด้วย 4 ล้อ ให้พละกำลังสูงสุดที่ 544 แรงม้า (400 กิโลวัตต์) และแรงบิดสูงสุด 725 นิวตันเมตร
• สามารถทำอัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายในเวลา 3.2 วินาที
• สามารถวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดที่ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
• แบตเตอรี่ Ultra-Thin Rubik’s Cube Battery ขนาดความจุ 77 kWh สามารถวิ่งได้ระยะทาง
503 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC
• ดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมคาลิปเปอร์สีแดง ที่ออกแบบมาเพื่อรุ่นนี้โดยเฉพาะ พร้อมระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ Double Wishbone และด้านหลังแบบอิสระ Multi-link
• ระบบระบายความร้อน Straight Waterfall Grid Oil Cooling Technology ที่มีประสิทธิภาพสูง
• แบตเตอรี่มาตรฐานความปลอดภัย IP67 ในการป้องกันน้ำและฝุ่น
• ระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า EPS (Electric Power Steering)
• การกระจายน้ำหนักแบบ 49:51 ควบคู่กับการออกแบบลักษณะ Ultra- Low Centre of Gravity ที่ให้จุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำเพื่อการเกาะถนนที่ดีเยี่ยม

เทคโนโลยีระบบความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่
NEW MG CYBERSTER มอบความมั่นใจในทุกการขับขี่ด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM มากถึง 26 ระบบ และระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ ADVANCED DRIVER ASSISTANCE SYSTEM (ADAS) ระบบอำนวยความสะดวกช่วยควบคุมการขับขี่ และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ
• ระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัย FSF (Full Space Frame)
• ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB (Electronic Parking Brake)
• ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง AVH (Auto Vehicle Hold)
• ระบบป้องกันล้อล็อก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD
• ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist)
• ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System)
• ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC (Curve Brake Control)
• ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System)
• ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System)
• ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-beam control)
• ระบบสัญญาณไฟแจ้งเตือน เมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน ESS (Emergency Stop Signal)
• ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System)
• ระบบตรวจจับพฤติกรรมการขับขี่ DMS (Driver Monitor System)
• ระบบช่วยเตือนการชน FCW และระบบช่วยเบรก AEB
• ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control)
• ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist)
• ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนพร้อมปรับองศาพวงมาลัยหากออกนอกเลน ELK (Emergency Lane Keeping System) โดยผสานรวมระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA (Lane Keep Assist) และ ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning) เข้าไว้ด้วยกัน
• ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน LCA (Lane Change Assist)
• ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)
• ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
• ระบบช่วยเตือนการชนด้านหลัง RCW (Rear Collision Warning)
• ระบบช่วยเบรกขณะถอย RCTB (Rear Cross Traffic Braking)
• ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู DOW (Door Open Warning)

นอกจากนี้ ยังเสริมอุปกรณ์ความปลอดภัย อาทิ เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ ถุงลมนิรภัยคู่หน้าและด้านข้าง กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ (3D Around View Monitor) พร้อมสัญญาณเตือนระยะถอยหลัง และระบบไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่อง (FOLLOW ME HOME LIGHT)

ใช้งานง่าย เดินทางสะดวกสบายทั่วไทย
NEW MG CYBERSTER รองรับระบบการชาร์จ 2 รูปแบบทั้งแบบ Quick Charge และ Normal Charge ให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานสปอร์ตโรดสเตอร์ไฟฟ้าสัญจรได้ทั่วประเทศ ด้วยความพร้อมของสถานีอัดประจุไฟฟ้าของเอ็มจี MG SUPER CHARGE ที่พร้อมให้บริการแล้วกว่า 146 แห่งทั่วประเทศ
• ชาร์จแบบเร็ว Quick Charge ชาร์จไฟฟ้าจาก 10% – 80% ใช้เวลาประมาณ 26 นาที* ที่ความเร็วสูงสุด 140 kW
• ชาร์จแบบธรรมดา Normal Charge ผ่าน MG HOME CHARGER 0% – 100% ใช้เวลาประมาณ
11 ชั่วโมง * รับรองที่สูงสุด 11 kW
*ระยะเวลาในการชาร์จ ขึ้นอยู่กับระดับแบตเตอรี่คงเหลือและกำลังของเครื่องอัดประจุไฟฟ้า
• รองรับระบบ V2L เปลี่ยนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้สามารถเป็นแหล่งจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า
NEW MG CYBERSTER โดยมีสีภายนอกให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีแดง Flame Red สีเหลือง Photon Yellow และสีบรอนซ์เงิน Bullet Silver ภายในห้องโดยสารเป็นแบบทูโทน โดยสีทูโทนดำ-แดงจะแมทซ์กับสีภายนอกสีแดง และสีเหลือง ส่วนสีทูโทน-เทาขาวจะแมทซ์กับสีภายนอกสีบรอนซ์เงิน

ราคาจำหน่าย NEW MG CYBERSTER : 2,499,000